

Blizzard หวนใช้โซนเก่าใน World of Warcraft: Midnight และ The Last Titan — ไม่จำเป็นต้องสร้างทวีปใหม่ทุกครั้ง
Blizzard รีจินเนอริ่งโซนจาก Burning Crusade พร้อม questline พาผู้เล่นย้อนโลกเก่า
Blizzard หวนใช้โซนเก่าใน World of Warcraft: Midnight และ The Last Titan
Blizzard ประกาศว่าภาคเสริม World of Warcraft: Midnight จะมีการรีจินเนอริ่งและนำโซนเก่าจาก Burning Crusade (2007) กลับมาใช้ใหม่ โดยส่วนหนึ่งของแคมเปญหลักจะเป็น questline ชื่อ Arator's Journey ที่พาผู้เล่นผ่านชุดของโซนจากโลกเก่า ขณะที่ภาคต่อถัดไป The Last Titan จะหยิบพื้นที่อย่าง Northrend มาเล่าเรื่องต่อ

เหตุผล: เรื่องเล่าไม่จำเป็นต้องเกิดบนทวีปใหม่
ทีมพัฒนาที่มีทั้ง Paul Kubit, Jake Shillan และ Kim Flak ให้เหตุผลว่าการกลับมาใช้พื้นที่เดิมเป็นทางเลือกทางการเล่าเรื่องที่สำคัญ "มันคงน่าเสียดายถ้าเราบอกว่าทุกเรื่องต้องเล่าในบริบทของทวีปใหม่หรือเกาะใหม่" ตามคำพูดของทีมงาน พวกเขาชี้ว่ามีสถานที่ในโลกของ Azeroth ที่มีความทรงจำและความหมายกับผู้เล่นมาก เช่น Light's Hope Chapel, Wyrmrest Temple, Orgrimmar และ Stormwind ซึ่งควรใช้ประโยชน์ในการขยายเนื้อหา
งานอาร์ตเก่าไม่ใช่อุปสรรคใหญ่
แม้โซนบางแห่งจะสร้างขึ้นด้วยข้อจำกัดของกราฟิกเมื่อปี 2007 ซึ่งทำให้ต้องปรับปรุง (เช่นการปรับโฉม Silvermoon) ทีมงานมองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาแนวเทคนิคมากกว่าการเล่าเรื่อง และบอกว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่ได้ติดอยู่กับรายละเอียดเหล่านั้นเมื่อเรื่องราวถูกเล่าอย่างเต็มที่
ขยายมุมมองและเนื้อหาเก่า
หนึ่งในตัวอย่างที่ทีมงานพูดถึงคือการขยายเผ่า Amani ของทอรอล (troll) ซึ่งก่อนหน้านี้มีบทบาทจำกัดอยู่ในพื้นที่อย่าง Zul'Aman และบอสอย่าง Zul'jin ทีมออกแบบบอกว่าการนำเรื่องราวเก่ามาขยายทำให้พวกเขาเติมเนื้อหาและบริบทให้ตัวละครและสถานที่มีมิติมากขึ้น
Jake Shillan เปรียบเปรยการขยายเนื้อหาเหมือนการเปลี่ยนจาก "ลูกแป้ง" เป็น "พิซซ่า" — คือเอาส่วนเล็กๆ ในอดีตมาขยายให้เป็นของใหม่ที่มีรายละเอียดมากขึ้น
ระบบใหม่และตัวละครเด่น
Midnight ยังมีระบบใหม่อย่าง Prey ที่ตัวละครอย่าง Astalor Bloodsworn ถูกนำมาเป็นหน้าเป็นตาของระบบนี้ ทีมงานอธิบายว่าการกลับมาพบตัวละครเก่าเหมือนเจอเพื่อนเก่าที่ต้องเรียนรู้กันใหม่อีกครั้ง และการปรับโซนทั้งหมดให้สอดคล้องกับการเล่าเรื่องถือเป็นสิ่งที่ทีมหวังว่าผู้เล่นจะชอบ
ทีมพัฒนาที่เคยเล่นเกมตั้งแต่ยุคแรก
นักพัฒนาเองก็ยอมรับว่าเป็นแฟนเก่าของเกม หลายคนโตมากับการเล่น WoW ในยุคต้นๆ จึงเห็นด้วยกับการร่วมมือกันจากทีมหลายฝ่ายเพื่อใช้ทรัพยากรเดิมอย่างสร้างสรรค์ แทนที่จะเขียนเนื้อหาใหม่ทั้งหมดบนพื้นที่ใหม่เท่านั้น
สรุปคือ Midnight และ The Last Titan จะเป็นการผสมระหว่างของเก่าที่ปรับปรุงและเนื้อหาใหม่ ที่เน้นการขยายโลกและเรื่องเล่าเดิมมากกว่าการผลักทุกอย่างไปไว้บนทวีปหรือมิติใหม่เพียงอย่างเดียว
รีวิวจากผู้ใช้จริง
รีวิวทั้งหมด: (/0)
ดูรีวิวทั้งหมดกำลังฮิตในตอนนี้
Resident Evil Requiem Deluxe Edition (ไอดี 9)
ไอดี Offline Steam
฿2190.00
Project Zomboid
ไอดีมือ 1 Steam
฿400.00
(ไม่ติดคิว) Resident Evil Requiem Deluxe Edition (ไอดี 8)
ไอดี Offline Steam
฿2190.00
The Married Woman Nextdoor - Creampie SEX Beside Her Husband
ไอดี Offline Steam
฿220.00
[มี DLC] Resident Evil 4 Gold Edition
ไอดี Offline Steam
฿1350.00
Project Zomboid
Key / Gift Steam
฿400.00
[DLC ครบ] Black Myth: Wukong Digital Deluxe Edition
ไอดี Offline Steam
฿2159.00
Minecraft: Java & Bedrock Edition for PC Windows Account
ไอดีมือ 1 MS Store (PC)
฿990.00
ARK: Survival Evolved
ไอดีมือ 1 Steam
฿315.00
Dead by Daylight
ไอดีมือ 1 Steam
฿399.00
ข่าวสารจากทางร้าน


เบื้องหลังไอเดียทำ Brian Irons เป็น 'คนแปลก' ใน Resident Evil 2

แฟน Baldur's Gate อยากให้ Neil Newbon เล่น Astarion ในซีรีส์ HBO












